อันเดรส พิร่า จากชายไร้บ้าน สู่เศรษฐีพันล้านแห่งภูเก็ต

By Phadun Image: Kitcha Apichon Raya

ด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นของต้นมะพร้าวที่เรียงราย คู่ไปกับทะเลสีครามของเมืองตากอากาศอย่างเกาะภูเก็ตของประเทศไทย บวกกับอัธยาศัยไมตรีอันเป็นมิตรของคนไทยที่มีต่อชาวต่างชาติ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม อันเดรส พิร่า (Andres Pira) นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ถ่อมตนวัย 35 ปี ถึงได้เลือกภูเก็ตเป็นที่พักพิง พร้อมทั้งตัดสินใจปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แบบถาวร

อันเดรสจะมาเผยเรื่องราวจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ “จากชายไร้บ้าน สู่เศรษฐีพันล้านของภูเก็ต” อันเป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่นำไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า 19 บริษัท พร้อมด้วยพนักงานหลากหลายเชื้อชาติที่มีมากกว่า 150 คน

“ผมเกิดและเติบโตที่เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน แต่ช่วงที่โตมาผมไม่ได้มีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมืองที่มีแต่ความหนาวเย็นนี้สักเท่าไร ผมมีความใฝ่ฝันที่อยากจะใช้ชีวิตในประเทศที่อบอุ่น เต็มไปด้วยแสงแดด และรอยยิ้มของผู้คน จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของผม เริ่มขึ้นเมื่อปู่ของผมเสียชีวิตลงและทิ้งเงินมรดกไว้แค่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ผมจึงตัดสินใจใช้เงินจำนวนนั้นซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมายังประเทศในแถบเอเชียโดยไม่ลังเล นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หนุ่มต่างชาติในวัย 20 ปีอย่างผมในตอนนั้น ตัดสินใจมาตั้งถิ่นฐานในประเทศแถบเอเชีย ซึ่งก็คือประเทศไทย เพราะตอนนั้นที่นี่เหมาะกับเงินในกระเป๋าที่ผมมีอยู่ และเมื่อได้มาอยู่ที่ภูเก็ตจริงๆ ผมก็ไม่คิดจะย้ายไปอยู่ที่ไหนอีกเลย”

อันเดรสเล่าว่า เมื่อเงินในกระเป๋ามีน้อยเขาก็จำเป็นต้องหางานทำไปด้วย ในวันต่อมาเขาก็มีโอกาสได้เริ่มทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด โดยทำหน้าที่แจกใบปลิวโปรโมชั่นให้กับบริษัททัวร์ในภูเก็ต จนพอมีเงินที่สามารถเช่าที่พักห้องเล็กๆ อยู่ได้ หลังจากทำงานได้พักใหญ่ๆ ด้วยเงินเดือนไม่กี่พันบาท จึงไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ทำให้เขาค้างค่าเช่าห้องอยู่ถึง 4 เดือนจนต้องย้ายออก แถมยังต้องไปอาศัยนอนตามชายหาดแบบคนไร้บ้าน

“ตอนนั้นผมยังคงทำงานที่บริษัททัวร์อยู่ โดยใช้เงินกินข้าวและค่าน้ำมันสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ที่เช่ามาเพียงแค่วันละ 100 บาทเท่านั้น พอตอนกลางคืนก็อาศัยนอนตามชายหาด เพราะไม่มีเงินจะจ่ายค่าเช่าห้อง ในช่วงแรกนั้นผมเริ่มคิดว่า การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผม เนื่องจากความไม่รู้ภาษาและไม่มีเงินทุนสำหรับตั้งตัว เชื่อมั้ยผมเหลือเงินติดตัวเพียงแค่ 50 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ตอนนั้นผมยังคงหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่อยากขอความช่วยเหลือจากครอบครัว ผมจึงมองหาเพื่อนที่มีอยู่ในตอนนั้นท่ามกลางความลำบากของตัวเองเพื่อจะโทรไปขอความช่วยเหลือ

แต่เพื่อนที่อยู่สวีเดนกลับตอบมาว่า เขาไม่สามารถให้ผมยืมเงินได้หรอก สิ่งที่เขาให้มาก็คือการส่งหนังสือเล่มหนึ่งที่มันอาจจะช่วยผมได้มาให้ ตอนนั้นผมรู้สึกไม่แฮปปี้เลยที่เพื่อนไม่ช่วยเหลือ ด้วยความสิ้นหวัง ผมจึงเริ่มเปิดหนังสือเล่มที่ชื่อว่า ‘The Secret’ นั้น แล้วตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง จนทำให้ค้นพบ ‘กฎแห่งการดึงดูด’ ซึ่งเป็นทฤษฎีการใช้ชีวิตที่พร้อมจะเปลี่ยนทั้งชีวิตของใครหลายๆ คนให้ไปสู่ความสำเร็จได้”

อันเดรสเล่าว่า หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เขาก็เซตอัพความคิดของตัวเองใหม่ โดยนำข้อแนะนำที่ได้จากหนังสือมาปรับใช้กับตัวเองเพื่อดูว่า เมื่อปรับความคิดและปรับการใช้ชีวิตใหม่แล้วชีวิตเขาจะดีขึ้นได้จริงมั้ย

“ช่วงนั้นผมตั้งจุดหมายไว้ในใจว่า ภายใน 1 สัปดาห์ผมต้องได้งานใหม่ แล้วโชคก็เข้าข้าง เพราะสัปดาห์ต่อมาผมก็ได้เป็นพนักงานแจกโบรชัวร์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในภูเก็ต โดยไปยืนแจกตามถนนหนทางในตัวเมืองนั่นแหละ หลังจากทำงานได้พักใหญ่ ผมก็ใช้หลักที่ได้จากหนังสือมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยตั้งเป้าในระยะสั้นคือ เรียนรู้การทำงานให้ได้มากที่สุด จนทำให้ผมได้เลื่อนตำแหน่งจากตัวแทนขายอสังหาฯ เป็นผู้จัดการฝ่ายขาย และเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขาย ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี 

ในปีที่ 3 ของการทำงาน ผมสามารถทำยอดขายอสังหาฯ เพิ่มขึ้นได้เยอะมาก ผมจึงลาออกจากงาน พร้อมทั้งก่อตั้งบริษัทตัวแทนขายอสังหาฯ ของตัวเองที่ชื่อว่า Phuket Condo And Homes ขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นทาง ด้านธุรกิจอสังหาฯ ของผมเลยก็ว่าได้ ผมได้นำเงินที่ตัวเองมีทั้งหมดมาเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าเพื่อเปิดบริษัทขึ้น เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่จะสามารถเข้าถึงลูกค้าต่างชาติได้อย่างทั่วถึง ตอนนั้นผมเป็นนายหน้าขายคอนโดและบ้านพักตากอากาศในภูเก็ตให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวที่ภูเก็ต ในช่วงเริ่มต้นนั้นทำให้มียอดขายที่ดีมากๆ”

อันเดรสเล่าว่า หลังจากธุรกิจเริ่มไปได้ดี เขาก็เริ่มเปิดบริษัทสาขาขึ้นอีกหลายแห่ง คราวนี้ไม่ได้เปิดในห้าง อย่างเดียวแล้ว แต่เนื่องจากการบริหารจัดการในเรื่องพื้นที่ในการเข้าถึงของลูกค้าไม่ดีพอ ช่วงหลังๆ รายได้ที่มีเข้ามาก็เริ่มหมดไปกับการลงทุน จนเกิดการล้มละลายในที่สุด

“หลังจากนั้นผมก็กลับไปทำงานด้านอสังหาฯ อีกครั้ง และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่เคยล้มเหลวมา เมื่อทำงานเก็บเงินได้สักพัก ผมก็ยังไม่ถอดใจ ต่อมาผมได้ตัดสินใจนำเงินที่มีกลับมาเปิดบริษัทอีกครั้งโดยใช้ชื่อเดิม แต่คราวนี้ที่ตั้งของบริษัทจะเน้นทำเลที่อยู่ในช็อปปิ้งมอลล์อย่างเดียวเท่านั้น เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เคยพลาดมาในการทำธุรกิจ จนทำให้ได้ลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อเปิดบริษัทได้ 3-5 ปีทุกอย่างก็เริ่มลงตัว เริ่มมีลูกค้าที่เชื่อใจกันมากขึ้น ผมจึงตั้งเป้าหมายไว้ว่า ผมจะต้องเป็นนักพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ที่ประสบความสำเร็จให้ได้ ทำให้ผมบริหารธุรกิจอย่างรอบคอบ กระทั่งธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมีพาร์ตเนอร์ผู้ร่วมลงทุนที่เหนียวแน่นรายใหญ่ๆ หลายราย จนนำไปสู่การร่วมลงทุนในโปรเจกต์ก่อสร้างหมู่บ้าน Skylight Villas ตามด้วยคอนโด 200 ห้องที่ชื่อ The Beach Front ต่อด้วยคอนโดหรู Himalai Oceanfront Condominium ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่และอื่นๆ จนบริษัทของผมได้รับรางวัลด้านการบริหารอสังหาฯ ยอดเยี่ยมจากสถาบันต่างๆ มากมาย และล่าสุดกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ Grand Himalai ที่มีมูลค่าถึง 850 ล้านบาท ซึ่งเป็นโปรเจกต์ร่วมทุนของบริษัทเรา ก็ได้รับรางวัลจาก Thailand Property และ Dot Property Group ด้วยเช่นกัน”

อันเดรสเสริมว่า นอกเหนือจากรางวัลความสำเร็จที่กล่าวมาแล้ว บริษัทของเขายังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกมากมาย เรียกว่าทุกวันนี้ชีวิตเขาได้เดินไปตามจุดมุ่งหมายที่เขาคาดหวังไว้เป็นอย่างดี และอีก 3 ปีข้างหน้านี้เขายังมีแผนว่าจะหาผู้ร่วมทุนเพื่อเปิดโรงแรม 5 ดาวที่มีห้องพัก 700 กว่าห้องขึ้นที่ภูเก็ตอีกด้วย

นอกเหนือไปจากการสร้างธุรกิจอสังหาฯ จนประสบความสำเร็จแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้อันเดรสได้มีโอกาสเดินตามความฝันของตัวเอง โดยได้พบกับปรมาจารย์ผู้สร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและการใช้ชีวิตหลายๆ ท่านที่เขาชื่นชอบ จนนำไปสู่การจัดงานสัมมนาเมื่อเดือน ธ.ค. 2017 โดยบริษัท Success Gurus ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาที่เขาตั้งขึ้นนั่นเอง งานนี้ถือว่าได้รับความสนใจเป็นอันมาก จนบัตรเข้าฟังการบรรยายขายหมดเกลี้ยงภายใน 2 วัน

“ในงานสัมมนาครั้งนั้นได้มีวิทยากรชื่อดังระดับโลกอย่าง ดร.โจ วิทาเล (Dr.Joe Vitale) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎแห่งการดึงดูด และเป็นเจ้าของหนังสือชื่อดัง ให้เกียรติมาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก เพื่อมาพูดสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน การจัดงานสัมมนาในครั้งนั้นได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน จนทำให้ผมได้รับเชิญไปออกรายการเพื่อให้สัมภาษณ์กับพิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา พร้อมกับ นาตาลี เกลโบวา นางงามจักรวาลปี 2005 และดาราสาวขวัญใจมหาชน ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ในเทปเดียวกันด้วย

ในงานสัมมนาครั้งนี้ผมได้ใช้โอกาสบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองต่อหน้าผู้คนที่เข้าร่วมสัมมนาจำนวนมากเป็นครั้งแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคน พร้อมกันนี้ยังเป็นการเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ของผมที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. 2019 ด้วย นั่นก็คือหนังสือเล่มแรกของ อันเดรส พิร่า ที่ชื่อว่า ‘From Homeless to Billionaire-The 18 Secrets of Attracting Great Wealth and Becoming a Money Magnet’ ที่ได้ ดร.โจ ไวเทล มาเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย เนื่องจากผมได้ยึดถือวิถีแห่งการใช้ชีวิตอย่างผู้ประสบความสำเร็จด้วยหลักการต่างๆ อาทิ หลักแห่งการใช้ชีวิตด้วยระเบียบวินัย การปรับใช้กฎแห่งการดึงดูดจากหนังสือ The Secret, Napoleon Hill’s Think and Grow Rich ของท่าน จนทำให้จุดมุ่งหมายในการบรรลุเป้าหมายชีวิตของผมดำเนินไปแบบไม่สิ้นสุด หนังสือของผมจะเปิดตัวที่สหรัฐก่อน และจะวางขายไปทั่วโลก แน่นอนว่าต้องมีฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยขายด้วย

โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าผู้อ่านทุกคนน่าจะชื่นชอบเรื่องราวที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ดิ้นรนของคนไร้บ้านไปสู่การเป็นเศรษฐีพันล้าน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วไปได้ไม่มากก็น้อย เพราะตัวผมเองก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนอื่นๆ มากนัก เชื่อเถอะว่าหากคนอื่นๆ ทำได้ นั่นก็หมายความว่าคุณก็ทำได้เช่นกัน เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการคิด จุดมุ่งหมาย หรือมุมมองในการใช้ชีวิตให้เกิดความแตกต่างจากเดิมเท่านั้นเอง”

เมื่อผ่านทั้งความลำบากในชีวิต อุปสรรคในเรื่องการทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตให้อยู่รอดแบบมีคุณค่ามาได้แล้ว อันเดรส พิร่า ก็เหมือนกับเศรษฐีผู้ใจบุญหลายคน ที่มักจะทำสิ่งดีๆ เพื่อกลับคืนสู่สังคมบ้าง ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อันเดรสได้เฉลิมฉลองความสำเร็จทางด้านธุรกิจด้วยการ “ให้” กลับคืนสู่สังคมมาโดยตลอด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ บริษัท Phuket Condo and Homes ของเขาได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมในท้องถิ่นใน จ.ภูเก็ต ที่จัดตั้งขึ้นหลังจากเกิดภัยพิบัติสึนามิขึ้นในปี 2004 โดยใช้ชื่อว่า Phuket Has Been Good To Us (PHBGTU) ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้โอกาสในชีวิตกับคนหนุ่มสาวหลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ ในชีวิตมาได้ นอกจากนี้อันเดรสและภรรยา (นาเดียร์) มักจะฉลองวันเกิดของพวกเขาด้วยการบริจาคของขวัญที่บ้านเด็กกำพร้าเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

ปัจจุบัน อันเดรส พิร่า เป็นเจ้าของธุรกิจมากมายที่มีมูลค่ามากกว่า 1,800 ล้านบาท โดยเป็นธุรกิจในหลากหลายสาขา อาทิ ฟิตเนสคลับ สำนักงานกฎหมาย ปั๊มน้ำมัน ร้านกาแฟ รวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกหลายบริษัท…อัพเดทข้อมูลได้ที่ www.andrespira.com

Leave a Reply

avatar
  Subscribe  
Notify of

​​Share your success at #ANDRESPIRA​​

en_US
ru_RU th en_US